และแล้วก็ได้ฤกษ์ที่จะมีเรื่องราวเรื่องแรกบน multiply
สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (05 ก.พ. 2551) ได้มีโอกาสดูรายการ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ไทยพีบีเอส” ณ ช่องทีวีเสรีช่องแรกของชาวสยาม (ณ เวลานี้ ใช่ แต่อนาคต ไม่ทราบ) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมไทย ยอมรับว่าศิลปะและวัฒนธรรมไทย เป็นหนึ่งสิ่งในไม่กี่สิ่งที่ผมภูมิใจ คือสิ่งที่จะบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย แต่ปัจจุบันมีผู้คนที่จะดำรงค์รักษาไว้น้อยมาก
รายการนี้ได้เชิญศิลปินผู้ที่ยังดำรงค์รักษาสิ่งที่ควรเป็นที่ภูมิใจของคนไทยมาสามท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำรงค์รักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ฟังข้อคิด มุมมองจากทั้งสามท่านแล้วมีบางประโยคระหว่างดำเนินรายการที่ชอบครับ (ออกตัว เอี๊ยดอ๊าด ไว้ก่อนว่าจำได้คร่าว ๆ ประมาณนี้)....
"แค่มีกิ่งไม้ กับผืนดิน ก็สามารถสร้างงานศิลปะขึ้นได้แล้ว มันอยู่ในใจ"
"เพียงแค่มีศิลปะอยู่ในใจแล้ว ก็สามารถสร้างสรรค์ สิ่งรอบ ๆ ข้าง ใกล้ ๆ ตัว ออกมาเป็นศิลปะได้"
"พรสวรรค์ กับพรแสวง ไม่ต่างกันถ้าฝึกฝน" <--ประโยคนี้คาดว่าหลายท่านคงได้ยินบ่อย
"ดนตรีไทย ไม่จำเป็นต้องคงรูปแบบเดิมไว้เพียงอย่างเดียว ถ้าจะปรับปรุงให้สามารถบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีของชาติอื่น ๆ ได้ก็เป็นการดี"
"แต่ละพื้นที่ มีเอกลักษณ์ของตัวเอง อยู่ที่ว่าจะนำเสนอว่ามีดีอะไร ออกมาอย่างไร"
"บางทีมีความสามารถเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่พอ ต้องมีการสนับสนุนทางด้านทุนด้วย" (อืมมม์....ฟังแล้วคิดว่า เราไม่มีหน่วยงานที่จะทำงานเพื่อสืบสานและสนับสนุนจริง ๆ หรือเปล่า แล้วที่มีอยู่ทำอะไรกันบ้าง)
"ชาวต่างชาติที่เดินทางมา เขามาเพื่อดู "ความเป็นไทย" มาดูว่า "เรามีดีอะไรบ้าง" แต่เราก็เอาใจเขาโดยลอกเลียนแบบสิ่งที่เขาทำ เขาเป็น แล้วอนาคต ใครจะรู้ว่าวัฒนธรรมไทยคืออะไร"
ช่วงท้ายรายการทางพิธีกรถามว่าถ้าทีวีเสรีต้องการทำอะไรเพื่อศิลปะวัฒนธรรมไทย อยากจะให้รูปแบบออกมาแบบใด....มาฟังคำตอบกันครับ....
"ถ้าจะทำ ต้องคิดเยอะ ๆ เพราะการนำเสนอสิ่งนี้เป็นเรื่องยาก ยิ่งโดยพื้นฐานแล้ว คนทั่วไป จะมองว่าเป็นเรื่องที่เชย ถ้าคิดว่า ทำออกมาแล้ว ทำให้คนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เชย ล้าหลังลงไปอีก อย่าทำจะดีกว่า"
"ถ้าจะทำ อย่าให้ส่วนของราชการเข้ามาทำ" (ตรงนี้ผมเห็นด้วย แต่แอบไม่เห็นด้วยเล็ก ๆ ๆ ๆ เพราะบางที คนที่มีความรู้ความสามารถ แม้ว่าจะเป็นส่วนน้อย แต่ก็อาจจะเป็นฟันเฟืองตัวนึงในการขับเคลื่อน)
"อยากจะให้นำเสนอแต่ความจริง" (ข้อนี้ทำลำบาก ฟันธง)
ช่วงปิดรายการ ก็มีการร่ายโคลงกลอนประกอบเสียงขลุ่ยจากศิลปินสองท่าน
จากนั้น เปลี่ยนช่อง 5 รายการ "คุณพระช่วย" (ชอบ ๆ รายการนี้ ใช่...ผมเป็นคนหัวโบราณ เชย ล้าหลัง หมูล้านปี แต่ผมมาดูคนไทยใจเป็นไทย และคนต่างชาติใจเป็นไทย ที่รายการนี้)
พอดีเลยครับ รายการนี้กำลังจะเสนอดนตรีรูปแบบใหม่ของการผสมผสานกันระหว่างวงดนตรีอออเคสต้า กับวงดนตรีไทย เพลงที่นำมาบรรเลงคือ Four seasons (ไม่ใช่ Four seasons in one day ของ Crowded House นะครับ เพลงนี้เป็นเพลงพื้นฐาน......แต่....ผมอยากฟังในรูปแบบเพลงไทยบ้าง)
สุดยอดครับ น้อง ๆ ทั้งสองวงบรรเลงกันออกมาได้ไพเราะมาก ๆ สอดคล้องประสานกันดีเลยทีเดียว ฟังแล้วนึกถึงหนังเรื่องโหมโรง ในฉากที่ครูศรในวัยพ่อ เห็นลูกชายสั่งเปียโนหลังใหม่มา เลยลองเล่นคู่กัน อารมณ์ประมาณเดียวกันเลยครับ แต่นี่เป็นวงครบเครื่อง.....
จากนั้นก็มีการประชันระนาดทุ้มกัน ฟังไปโดยที่ไม่มีความรู้ เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นเสียงเพลง เพลงไทย ดนตรีไทย ของคนไทย
บทหนึ่งในพระราชนิพนธ์เรื่องเวนิชวานิช แห่งในหลวงรัชกาลที่ 6 (เป็นพระราชนิพนธ์แปล จากหนังสือเรื่องเวนิชวานิชของวิลเลียมส์ เชคเสปียร์) ท่านทรงแปลออกมาเป็นภาษาไทยว่า
ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดกบฎอัปลักษณ์
ฤาอุบายเล่ห์ร้ายขมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
อีกดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ......
แท้จริงดนตรีสามารถขัดกล่อมจิตใจให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ส่วนตัวผมเชื่อว่าได้ แต่แค่บางบทบางจังหวะเท่านั้นและคงมีผลได้กับคนบางกลุ่มบางคนเท่านั้น
ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะมีส่วนช่วยหรือรักษาหนึ่งในความภูมิใจของคนไทยไว้ได้อย่างไร เพียงแค่รู้สึกมีความสุขทุกครั้งเมื่อเห็นหรือสัมผัสความสวยงามของศิลปะและวัฒนธรรมไทย
วันนี้ คุณหาดนตรีไทยมาฟังแล้วหรือยัง และ ใครอยากจะมาเล่นซอให้ผมฟังบ้างไหม
มีความสุขทุกท่านครับ (^_^)